top of page
ค้นหา

เรื่องที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสักปาก

อัปเดตเมื่อ 29 มิ.ย. 2566


การสักปาก การสักเพื่อความงามอีกหนึ่งอย่างที่เป็นที่แพร่หลาย และ เป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนอย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากการสักปากช่วยเสริมบุคลิกรวมถึงช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของ ปากคล้ำ กับปากเสีย ได้อย่างชัดเจนและเห็นผลอย่างชัดเจนเป็นอย่างมากรวมถึง อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าการสักคิ้วทำให้ ผู้คนในปัจจุบันนิยมสักปากกันอย่างแพร่หลายแน่นอนว่า การสักปากนั้น เป็นการสักเพื่อความงามอีกอย่างที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้นแล้วการสักปากในปัจจุบันนั้นถูกพัฒนามาอย่างมากกว่าในอดีตมากแล้ว ทั้งในเรื่องสี เทคนิคและเครื่องมือ ในปัจจุบันนั้นการสักปากจะเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติอย่างมาก จนแทบจะดูไม่ออกเลยว่าปากนี่คือสักมา เพราะสีปากในปัจจุบันจะให้ผลลัพธ์หลักลอกที่ดู เป็นธรรมชาติราวกับว่า ได้ปากเดิมในช่วงวัยรุ่นกลับคืนมามากกว่า ดูเหมือนการทาสีปากตลอดเวลาแล้ว ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการสักปากกันค่ะ


- การสักปากในปัจจุบันมีความเป็นธรรมชาติเนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาสีปากที่ต้นเหตุไม่ใช่การเอาแต่สักทับ

การสักปากในปัจจุบันหลายๆร้านต้องพัฒนาเทคนิคตัวเองเพื่อให้ได้ความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเนื่องจากเทรนด์การแต่งหน้าในปัจจุบันจะเน้นเรื่องของควมเป็นธรรมชาติเป็นหลัก การแต่งหน้าเหมือนไม่ได้แต่งมากกว่าแต่ก่อนที่แต่งอย่างเห็นได้ชัดว่าแต่ง ค่ะ โดยเทคนิคการแก้ปัญหาที่หลายๆร้านใช้นั้นก็คือการแก้ปัญหาไปที่สีเดิมโดยการผสมสีสำหรับการสักให้แก้ปัญหาสีปากเดิมค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะเป็นการสักทับไปเฉยๆเพื่อให้ได้สีอย่างที่สักปากโดยสีที่ใช้จะเป็นสีแดง สีชมพู ที่ให้อารมณ์เหมือนกำลังทาสีลิปสติกนั้นๆอยู่การสักแบบนี้นอกจากจะทำให้มีผลในระยะยาวแล้ว ก็ยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากหากปากเดิมมีปัญหาสีคล้ำ การสักสีแดงทับไปเลยหรือสีชมพูทับไปเลยก็จะส่งผลให้ปากหลังลอกออกมาเป็นสีอมม่วงดูคล้ำกว่าเดิมได้ค่ะ แต่ในขณะที่เทคนิคใหม่จะใช้สีส้มเป็นหลัก เพื่อที่สีส้มถ้าไปเจอกับสีคล้ำเดิมแล้ว จะได้กลายเป็นสีชมพูดูอ่อนๆดูสุขภาพดีแทนที่จะเป็นสีอมม่วงที่จะดูคล้ำได้ค่ะ


- ในปัจจุบันมีสีสักปากโดยเฉพาะแล้วนะ

สีที่ใช้สักปากในปัจจุบันถูกพัฒนามาไกลมากๆค่ะ สีในปัจจุบันที่ช่างสักรุ่นเก๋าใช้กันส่วนใหญ่มักจะรู้กันว่าควรเลือกสีสักสำหรับส่วนนั้นๆโดยเฉพาะ เช่นสักคิ้วก็ควรเลือกสีสำหรับสักคิ้วโดยเฉพาะ สักปากเองก็เช่นกัน ก็ควรจะเลือกสีสักปากโดยเฉพาะเหมือนกัน แม้ต้นทุนจะสูงมากๆรวมถึงสีจะดันออกมาช้ามากๆ และยังต้องใช้เวลาในการสักมากกว่าสีสักตัวแต่ผลลัพธ์ระยะยาวนั้นก็สมเหตุสมผลกันค่ะเนื่องจากสีสักสำหรับสักปากนั้นจะ ปลอดจากสารโลหะหนักรวมถึง จะให้ผลลัพธ์หลังลอกที่ดีกว่าสีสักตัวอย่างมาก ถึงแม้จะดันขึ้นมาช้าและต้องใช้เวลาในการสักที่นานกว่าสีสักตัวก็เถอะแต่ผลลัพธ์หลังลอกจะคุ้มกว่ามากและดีกับร่างกายของลูกค้าในระยะยาวมากกว่าสีสักตัวค่ะ


- ใช้เวลาในการลอกเพียง 2-3 วันแต่สีจะดันขึ้นมาใน 3 เดือน

การสักปากใช้เวลาลอกน้อยที่สุดแล้วในบรรดาการสักเพื่อความงามทั้งหมดแต่ใช้เวลาในสีดันขึ้นมายาวนานพอๆกับการสักนมชมพูค่ะ เนื่องจากเพราะการใช้สีสักปากโดยเฉพาะด้วยและ ปากจะใช้เวลาในการดันที่ยาวนานกว่าคิ้วมาก คิ้วใช้เวลาเพียง 30 วันก็เห็นได้ชัดแล้วว่าสีขึ้นมาชัดแค่ไหนต้องเติมตรงไหนบ้างในขณะที่ปากจะมีช่วงเวลาในการรักษาตัวและผลัดเซลล์ที่ยาวนานกว่าคิ้วรวมถึงผลลัพธ์จะขึ้นอย่างเต็มที่เมือครบ 3 เดือนค่ะ


- หลังสักปาก ต้องงดหมักของดองของแสลง ทุกชนิด 1-2 สัปดาห์อย่างน้อย

สาเหตุที่ต้องงดของหมักของดอง ของแสลง (แอลกอฮอล์และอาหารทะเลด้วยนะคะ)เนื่องจากของพวกนี้เต็มไปด้วยแบคทีเรียค่ะและปากหลังสักไปเนี่ยก็อ่อนแอจากการเจอเข็มอยู่แล้ว(เนื่องด้วยการสักปากตามทฤษฎีแล้วก็คือการทำให้ปากเป็นแผลค่ะถึงแม้จะทำเพื่อความงามก็ตาม) แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว การหลีกเลี่ยงไม่ให้ปากสัมผัส พวกแบคทีเรียพวกนี้ เพื่อให้เกิดการติดเชื้อและโรคผิวหนังอย่างโรคเริมด้วยค่ะ


- งดของเผ็ดและของร้อนทุกชนิด 1-2 สัปดาห์เช่นกัน

แน่นอนนอกจากของหมักของดองของแสลงทั้งหลายแล้ว ของเผ็ด และ ของร้อนก็งดนะคะ เนื่องจากของเผ็ดและของร้อนหากสัมผัสกับผิวปากที่อ่อนแอแล้ว จะทำให้ผิวปากไหม้คล้ำได้ค่ะ หากต้องดื่มกาแฟร้อนก็แนะนำเป็นใช้หลอด จะดีกว่าค่ะ หากเลี่ยงไมไ่ด้จริงๆ แต่ก็ต้องอย่าลืมนะคะ ว่าอาจจะทำให้ปากเสี่ยงคล้ำไหม้ได้ค่ะ


- หากต้องการใช้ลิปสีแนะนำให้ใช้ลิปแท่งใหม่

ทราบหรือไม่คะ ว่าในลิปสติกแท่งเก่าที่เราใช้เป็นประจำเนี่ยเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียเยอะแค่ไหน เนื่องจากลิปสติกนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ซ้ำบ่อยๆ และเป็นเครื่องสำอางทีต้องผ่านปากของเราเสมอ เนื่องจากเราเติมปากหลังกินข้าวหลังดื่มน้ำบ่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้วลิปสติปแท่งเก่าพวกนี้จึงเต็มไปด้วยแบคทีเรียอย่างเลี่ยงไมไ่ด้ค่ะ แน่นอนว่าตอนปากเราแข็งแรงแบคทีเรียพวกนี้ทำอะไรปากไม่ได้ แต่ไม่ใช่ในกรณีทีผ่านการสักปากมาค่ะ เนื่องจากผิวหนังอ่อนแอมากๆจึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือ ก่อให้เกิดโรคเริมได้ค่ะ


- โรคเริมกับการสักปากเป็นเรื่องปกติ

ในความเป็นจริงแล้ว ในทุกๆคนมีเชื้อเริมอยู่ในตัวนะคะ อาจจะมาหรือน้อยแล้วแต่คนกันไป บางคนที่เกิดเนี่ยอาจจะเกิดที่ร่างกายอ่อนแอ ก็อาจจะทำให้เกิดเริมได้ค่ะ แน่อนอนการสักปากก็เป็นการกระตุ้นให้เริมทำงานเช่นกันค่ะ เนื่องจากผิวหนังบริเวณปากจะอ่อนแอ เพราะฉะนั้นแล้ว หากเริมขึ้นหลังจากที่สักปากไป ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ หรือ ให้เภสัชจัดยาได้เลยค่ะ


- อย่าปล่อยให้ปากแห้งทั้งก่อนและหลังสักปาก

ปากแห้ง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนหลายๆคนในปัจจุบันเลยเนื่องจากเรากินน้ำเปล่าจริงๆกันน้อยมากๆ นั้นจึงทำให้ปากแห้งอย่างเลี่ยงไมไ่ด้ค่ะ แน่นอนว่าไม่ควรให้ปากแห้งในช่วงที่ก่อนและหลังสักปากค่ะ เนื่องจากหากปากแห้งในช่วงก่อนสักปากจะส่งผลให้ช่างต้องทำการถมสีลงไปที่ปากเยอะกว่าปกติ และอาจจะทำให้เจ็บชนิดที่ยาชาก็เอาไม่อยู่ได้ รวมถึง หลักสักปากไปการทาลิปปาล์มบ่อยๆ ก็จะช่วยในเรื่องสีรวมถึงช่วยให้ปากลอกง่ายขึ้นด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับบทความเกี่ยวกับข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการสักปากในวันนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่มีแพลนกำลังจะสักปาก หรือ กำลังจะเตรียมตัวสักปากไม่มากก็น้อยนะคะ อย่างไรเสียหากใครก็ตามกำลังมองหาสถาบันสักเพื่อความงาม ที่มีช่างประสบการณ์ด้านการสักสูงถึง 8ปี การันตีแล้วว่าผ่านเคสมามากกว่า 6,000เคสทางเราก็อยากจะขอฝากร้าน crown eyebrow & beauty ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ รับรองค่ะ ว่าจะได้ปากสวยชมพูระเรื่อสมใจกลับบ้านแน่นอน สามารถทักไลน์มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ไลน์ 𝙻𝚒𝚗𝚎:@𝚌𝚛𝚘𝚠𝚗𝟿𝟿 หรือ คลิ๊ก@ linehttps://lin.ee/chW8khZ ได้เลยนะคะ จะมีสาวๆแอดมินคอยตอบข้อซักถามรวมถึงรายละเอียดที่สาวๆอยากรู้แน่นอนค่ะ

0 ความคิดเห็น

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
bottom of page